บีเวอร์ (Beaver) จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ที่อยู่ในกลุ่มสัตว์ฟันแทะเช่นเดียวกับกระรอกยักษ์ พวกมันมีอยู่ด้วยกันสองสายพันธุ์ คือ
สายพันธุ์ยูเรเชียน (Eurasian beaver) ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Castor
fiber กับพันธุ์อเมริกาเหนือ (North American
beaver) ชื่อทางวิทยาศาสตร์ก็คือ Castor
Canadensis (Rodentia)
![]() |
| บีเวอร์ พันธุ์ Eurasian beaver |
ทั้งสองชนิดจัดอยู่ในวงศ์ Castoridae ถึงแม้จะมีขนาดและรูปร่างหน้าตาที่คล้ายคลึงกัน
แต่ทั้งสองสายพันธุ์ แยกขาดจากกันตั้งแต่เมื่อ 24,000
ปีที่แล้ว พวกมันจึงไม่สามารถผสมพันธุ์กันเองได้อีก บีเวอร์มีขนาดตัวใหญ่กว่าที่คุณคิด
โดยตัวบีเวอร์ตัวโตเต็มวัยจะมีขนาดใหญ่พอๆ
กับเด็กอายุ 8 ขวบ ขณะที่ตัวบีเวอร์ยักษ์ (Giant
beaver) ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Castor ohioensis
ซึ่งได้สูญพันธุ์ไปแล้วเมื่อประมาณ 10,000
ปีก่อน มีขนาดเท่ากับยอดนักชกอย่างไมค์
ไทสันเลยทีเดียว หลายคนอาจจะเคยเห็นหรือรู้จักบีเวอร์จากในภาพยนตร์การ์ตูน หรืออนิเมชั่น หรือสารคดีหลายเรื่อง เช่น Angry
Beaver และ Ice Age เป็นต้น

บีเวอร์ เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในเฉพาะเขตซีกโลกเหนือ
ในเขตที่มีภูมิอากาศอบอุ่น และยังไม่เคยพบเห็นตามเขตเส้นศูนย์สูตรปัจจุบัน
สัตว์ชนิดนี้มีลักษณะและพฤติกรรมที่โดดเด่น
ทำให้คนทั่วไปสามารถจดจำพวกมันได้อย่างแม่นยำตั้งแต่แรกเห็น
ด้วยลักษณะที่ว่าพวกมันมีฟันหน้า หรือฟันแทะ (incisor) ที่มีขนาดใหญ่เพื่อใช้ไว้แทะเปลือกไม้ตามต้นไม้ขนาดใหญ่เพื่อใช้ในจุดประสงค์บางอย่าง
![]() |
| บีเวอร์ พันธุ์ North American beaver |
บีเวอร์เป็นผู้มีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อสภาพแวดล้อมของถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมัน มากกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นใด (ยกเว้นมนุษย์)
พวกมันทำการก่อสร้างตามสัญชาตญาณและเอาลูกๆ ใส่ไว้ในคอกที่สร้างขึ้น พวกมันสามารถโค่นต้นไม้ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง
6 นิ้วได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
การสร้างเขื่อนของบีเวอร์ มีผลต่อระบบนิเวศอย่างมาก เพราะแหล่งน้ำที่ได้จากเขื่อน
จะดึงดูดสัตว์จำพวกปลา สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และสัตว์เลื้อยคลานให้เข้ามาอาศัยและหากินใกล้บริเวณเขื่อน
![]() |
| เขื่อนที่สร้างโดยบีเวอร์ |
บีเวอร์สามารถดำน้ำได้นานถึง 15 นาที
พวกมันมีตีนคู่หลังที่มีลักษณะคล้ายพังผืด หางแบนที่นำทางเหมือนหางเสือ
เปลือกตาโปร่งแสงที่ทำหน้าที่เหมือนแว่นตาว่ายน้ำ
ริมฝีปากซึ่งมีขนขึ้นเป็นแนวที่สามารถกั้นน้ำได้
รวมถึงหูที่สามารถปิดและโพรงจมูกที่สามารถเปิด ซึ่งช่วยให้พวกมันแทะใต้น้ำได้
ฟันหน้าสี่ซี่ของบีเวอร์มีสีส้มสุกสว่าง
ฟันของพวกมันมีสารเคลือบฟัน หรือเรียกว่า อีนาเมล (enamel) ซึ่งอีนาเมลนี้ประกอบไปด้วยสารอนินทรีย์
คือ Hydroxyapatite (Ca5(PO4)3(OH))
ได้แก่ แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส
ซึ่งคงทนต่อการผุพังอย่างมาก

แม้จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขึ้นชื่อว่า “ไม่เคยอยู่เฉย” แต่พวกมันก็ค่อนข้างขี้เกียจ
ในช่วงฤดูหนาว บีเวอร์จะออกจากโพรงโดยเฉลี่ยหนึ่งครั้งในทุกสองสัปดาห์
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง หางขนของบีเวอร์จะมีขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า
เพราะบีเวอร์เก็บกักไขมันเอาไว้มี่หางของมัน ด้วยเหตุนี้
หางของมันจึงมีขนาดเล็กลงเมื่อมีการเผาผลาญไขมันตลอดฤดูหนาว
เครดิต : https://pantip.com/topic/31098309


